Open Interest (OI) คืออะไร? คู่มืออ่าน OI ของ CME สำหรับเทรดทองคำ

ถ้าคุณเทรดทองคำ (XAUUSD) แล้วเคยได้ยินคำว่า “แนว OI” หรือ “กรอบ OI ของ CME” แต่ยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร ใช้ยังไง และเชื่อได้แค่ไหน บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่พื้นฐานจนถึงวิธีที่ระบบเทรดนำไปใช้จริง แบบไม่ต้องมีพื้นฐานฟิวเจอร์สมาก่อน
Open Interest (OI) คืออะไร
Open Interest คือจำนวนสัญญาที่ยังเปิดค้างอยู่ในตลาด — ยังไม่ถูกปิด ยังไม่หมดอายุ และยังไม่ส่งมอบ ในตลาดฟิวเจอร์สและออปชัน ทุกสัญญาต้องมีคนซื้อหนึ่งคนกับคนขายหนึ่งคนเสมอ ดังนั้น OI 1 สัญญา = มีคู่สัญญา 1 คู่ที่ยังถือสถานะอยู่
ตัวอย่างง่าย ๆ:
- A ซื้อเปิดใหม่ 1 สัญญา จาก B ที่ขายเปิดใหม่ → OI เพิ่มขึ้น +1
- C ซื้อต่อจาก A (A ปิดสถานะ, C เปิดใหม่) → สัญญาแค่เปลี่ยนมือ OI เท่าเดิม
- C ปิดสถานะกับ B ที่ปิดสถานะเหมือนกัน → OI ลดลง −1
OI ต่างจาก Volume อย่างไร
- Volume = จำนวนสัญญาที่ซื้อขายกันในช่วงเวลานั้น นับทุกการเปลี่ยนมือ (วันนี้ซื้อขายกันคึกคักแค่ไหน)
- Open Interest = จำนวนสัญญาที่ยัง “ค้างอยู่” ณ สิ้นวัน (มีเงินจริงผูกอยู่ในตลาดเท่าไร)
Volume สูงแต่ OI ไม่เพิ่ม แปลว่าคนเข้า-ออกเร็ว เก็งกำไรระยะสั้น ส่วน OI ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แปลว่ามีเงินใหม่ไหลเข้ามาถือสถานะจริง
ทำไมเทรดเดอร์ทองถึงดู OI ของ CME
ทองคำ Spot (XAUUSD) ที่เราเทรดในโบรกเกอร์ MT5 เป็นตลาด OTC — ไม่มีศูนย์กลาง จึงไม่มีข้อมูล OI ให้ดู แต่ทองคำมีตลาดฟิวเจอร์สและออปชันขนาดใหญ่ที่ COMEX ของ CME Group ซึ่งรายงาน OI อย่างเป็นทางการ ราคาทั้งสองตลาดวิ่งไปด้วยกันเกือบตลอด เทรดเดอร์จึงยืม OI จาก CME มาใช้เป็น “แผนที่” ว่าเงินก้อนใหญ่ถือสถานะไว้ที่ราคาไหน
อ่าน OI ฟิวเจอร์ส: ดูคู่กับทิศราคา
OI อย่างเดียวไม่บอกทิศ ต้องอ่านคู่กับราคาเสมอ หลักที่ใช้กันทั่วไปคือ:
- ราคาขึ้น + OI เพิ่ม → มีเงินใหม่เข้าฝั่งซื้อ เทรนด์ขาขึ้นมีแรงหนุน
- ราคาขึ้น + OI ลด → ส่วนใหญ่เป็นการปิด Short (Short covering) ขึ้นได้แต่แรงอาจไม่ยั่งยืน
- ราคาลง + OI เพิ่ม → มีเงินใหม่เข้าฝั่งขาย เทรนด์ขาลงมีแรงหนุน
- ราคาลง + OI ลด → ส่วนใหญ่เป็นการปิด Long (Long liquidation) ลงเพราะคนขายทิ้ง ไม่ใช่เพราะมีคนขายใหม่

ข้อควรจำ: นี่คือ “แนวโน้มที่พบบ่อย” ไม่ใช่กฎตายตัว ควรใช้ร่วมกับบริบทอื่นเสมอ
OI ของออปชัน: ที่มาของ “แนว OI”
สิ่งที่เทรดเดอร์ทองใช้มากที่สุดคือ OI ของออปชันทองคำแยกตามราคาใช้สิทธิ (Strike) เพราะมันบอกได้ว่าสัญญาค้างกระจุกอยู่ที่ราคาไหน
- Call OI สูงที่ Strike เหนือราคา → มักทำหน้าที่เป็นแนวต้าน
- Put OI สูงที่ Strike ใต้ราคา → มักทำหน้าที่เป็นแนวรับ
- Strike ที่ OI รวมสูงมาก ๆ → ราคามักถูก “ดูด” เข้าหาหรือแกว่งรอบ ๆ ใกล้วันหมดอายุ (ที่หลายคนเรียกว่า Magnet หรือแนวแม่เหล็ก)

เหตุผลเบื้องหลังส่วนหนึ่งมาจาก ผู้ดูแลสภาพคล่อง (Dealer) ที่ขายออปชันออกไป ต้องคอยซื้อขายฟิวเจอร์สเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Delta hedging) ยิ่ง OI กระจุกมาก การ hedge รอบ ๆ Strike นั้นก็ยิ่งมีผลต่อราคามาก
ออปชัน 0DTE คืออะไร
0DTE (Zero Days To Expiration) คือออปชันที่หมดอายุภายในวันนั้น OI ของซีรีส์นี้สะท้อนการวางสถานะของ “วันนี้” โดยตรง จึงนิยมใช้หาแนวรับแนวต้านระหว่างวัน ส่วน OI ของซีรีส์รายสัปดาห์หรือรวมทุกซีรีส์ (ALL SERIES) เหมาะกับการมองกรอบที่กว้างและยาวกว่า
แปลง Strike ให้เป็นราคา Spot
Strike ของออปชัน CME อิงราคา ฟิวเจอร์ส ไม่ใช่ราคา Spot ที่เห็นใน MT5 ซึ่งปกติฟิวเจอร์สจะแพงกว่า Spot อยู่ส่วนหนึ่ง (เรียกว่า Basis) ก่อนนำแนว OI ไปใช้ จึงต้องหักส่วนต่างนี้ออกก่อน
ตัวอย่าง: ถ้าฟิวเจอร์สอยู่ที่ 2,690 และ Spot อยู่ที่ 2,675 ส่วนต่างคือ 15 → แนว Strike 2,700 จะเท่ากับราคา Spot ประมาณ 2,685 (ตัวเลขสมมุติเพื่ออธิบาย) ถ้าลืมขั้นตอนนี้ แนวที่ได้จะคลาดไปหลายสิบจุด

ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนใช้
- ข้อมูลไม่ Real-time — CME สรุป OI หลังปิดตลาด ตัวเลขเบื้องต้นออกช้ากว่าราคา และตัวเลขยืนยันออกวันถัดไป
- ไม่บอกว่าใครซื้อใครขาย — Call OI สูงอาจมาจากคนซื้อ Call หรือคนขาย Call ก็ได้ การตีความจึงมีสมมุติฐานซ่อนอยู่
- แนวถูกทะลุได้เสมอ — โดยเฉพาะช่วงข่าวแรง (NFP, CPI, FOMC) แนว OI ใหญ่แค่ไหนก็ไม่ใช่กำแพง
- Basis เปลี่ยนตลอด — ต้องคำนวณส่วนต่าง Futures–Spot ใหม่สม่ำเสมอ
- OI เป็นแค่แผนที่ ไม่ใช่สัญญาณเข้าไม้ — ควรมีจุดตัดขาดทุนและการบริหารเงินทุกครั้ง
ea studio นำ OI ไปใช้อย่างไร
ระบบในกลุ่ม CME Open Interest ของ ea studio ดึง OI ของ CME มาแปลงเป็นราคา Spot ให้อัตโนมัติ แล้วใช้คนละแบบตามแนวคิด เช่น
- EA Oi Golden Line — เทรดที่เส้น OI 0DTE ตาม bias หรือเล่นแนวรับแนวต้าน มีตัดขาดทุนและกันหน้าทุนรายวัน
- EA Oi Bounce — เข้าไม้ที่แนว OI ตาม % โอกาสเด้ง/กลับตัว หรือแนว Magnet
- EA Oi SD — ใช้กรอบ ±1SD ถึง ±3SD จากออปชัน 0DTE เพื่อสวนกลับเข้าค่ากลาง ปิดจบในวัน
- EA Oi Week และ EA Oi ALL SERIES — วางกรอบ OI รายสัปดาห์/รวมทุกซีรีส์ (ระบบแบบ Grid ซึ่งเปิดหลายไม้ ควรเข้าใจความเสี่ยงก่อนใช้)
ทุกระบบแสดงผล Forward จากพอร์ตผู้ใช้จริงให้ดูก่อนตัดสินใจ ดูทั้งหมดได้ที่ หน้ารวมระบบเทรด
สรุป
- OI = จำนวนสัญญาที่ยังเปิดค้าง บอก “เงินที่ยังอยู่ในตลาด” ไม่ใช่แค่ความคึกคัก
- OI ฟิวเจอร์สอ่านคู่กับทิศราคา เพื่อดูว่าเทรนด์มีเงินใหม่หนุนหรือไม่
- OI ออปชันแยกตาม Strike ใช้หาแนวรับ แนวต้าน และแนวแม่เหล็ก
- ต้องแปลง Strike เป็นราคา Spot ก่อนใช้กับ XAUUSD เสมอ
- OI เป็นเครื่องมือช่วยตัดสินใจ ไม่รับประกันผล ใช้คู่กับการบริหารความเสี่ยงทุกครั้ง
การเทรดมีความเสี่ยงสูง เนื้อหานี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผลในอดีตไม่รับประกันผลในอนาคต